15.12.16

SURF LESSON IN PHUKET & BALI เรียนเซิร์ฟ จากภูเก็ตสู่บาหลีรัวๆ



Rash guard from WATER APPAREL
Blog นี้เป็น blog พิเศษ ที่จะรีวิวเป็นภาษาไทยล้วนและยาวมากกว่าที่เคย เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคนไทยที่สนใจการเริ่มต้นเรียน Surf board

เชื่อว่าคนไทยหลายๆคน คงเคยพยายามจะหาข้อมูลเกี่ยวกับการเล่น Surf board 
หรือโรงเรียนที่เปิดสอนการเล่น Surf board ในไทยกันอยู่บ้าง  ซึ่งก็จะพบก็คือที่ภูเก็ต กับ กระบี่ (เขาหลัก)
เราก็เป็นคนนึงที่สนใจการเล่นเซิร์ฟบอร์ดมาตั้งเเต่เด็กๆละ เเต่ไม่ได้มีใครรู้จัก พาไปเรียน พาไปเล่น หรือไปทำความรู้จักอย่างจริงจัง ถ้าไม่ใช่คนภูเก็ต ความรู้สึกก็คงเหมือนเป็นกีฬาที่ไกลตัว  เมืองไทยไม่เห็นมีเลย จนเมื่อหลายปีที่ผ่านมานี้ มีคลื่นจำลองอย่าง Surf house มาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เเล้วก็ได้มีโอกาสไปลองเล่นที่สวนน้ำแห่งนึง พอได้ลองเเล้วมันรู้สึกติดใจยังไงก็ไม่รู้ ยากนะ ยืนได้แป๊บๆก็ล้มกลิ้งเลย ยิ่งเราตัวเบาอยู่เเล้วเเรงดันน้ำพัดปลิวลอยไปอย่างแรง ใจตอนนั้นยังคิดเลยว่า ตายล่ะ เเค่คลื่นจำลองเเค่นี้ยังไม่มีปัญญาเล่นเลย  จะไปลงทะเลไหวได้ไง ขนาดว่าพอจะไถๆ Skate board ได้นะเนี่ย  จนได้บังเอิญไปคุยกับเพื่อนดาราที่เคยไปร่วมกิจกรรมกับ Ripcurl Thailand ที่จะจัดให้มีสอนเล่น Surf ที่ภูเก็ต นางเล่าให้ฟังว่ามันง่ายกว่าคลื่นจำลองมาก น้ำมันไม่ได้เเรงเกินไป สนุกอยากให้ไปลอง   
เลยทีนี้ รีบหาข้อมูลทันที

ข้อมูลที่ได้จาก internet ก็อย่างที่ทราบกันว่า มีหลายหาดในภูเก็ตที่สามารถเล่นเซิร์ฟได้
เเต่ว่าที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ หาดกะตะ หลายๆคนก็คงได้เคยไปเรียนกันมาบ้างแล้ว  ช่วงเดือนที่สามารถเล่นได้ คือตั้งเเต่ปลายๆ เม.ย. ไปจนถึง ต.ค. นอกนั้นจะไม่มีคลื่นให้เล่น ขนาดว่าเราไปช่วงต้น พค. คลื่นยังไม่ค่อยเป็นใจ นานๆมาลูกสองลูก คลื่นเล็กเหมาะกับ beginner แต่ว่าต้องเลือกช่วงเวลาเช้า ตอนบ่ายๆน้ำขึ้นเต็ม คลื่นจะไม่ค่อยมีเเรงส่ง ทั้งนี้ก็ต้องคอยเช็ค wave condition ล่วงหน้าก่อนเดินทางซักอาทิตย์นึงด้วย ช่วงที่เราไปคลื่นไม่เป็นใจเลยจริงๆ ช่วงเดือน ตค. น่าจะเหมาะที่สุด
สำหรับครั้งแรก 3 วัน 2 คืนที่หาดกะตะนี้ ลงคอร์ส 2 วันกับ Phuket surf ไม่ค่อยประสบความสำเร็จซักเท่าไหร่ นั่งรอไปสิ 2 ชม. มีคลื่นมาไม่ถึง 10 ลูก พอยืนได้แล้วยังไม่ทันจะจับฟิลลิ่งเพื่อปรับท่าอะไร หมดเวลาละ จะให้เช้าบอร์ดลงไปเล่นเองต่อก็คงไม่ใช่ เพราะยังจับคลื่นเองไม่ได้ ต้องอาศัยครูช่วยผลักส่งบอร์ดตามคลื่น 

สิ่งที่พอจะได้จากทริปนี้คือ
- ตำแหน่งในการรอคลื่น พอจะดูออกคร่าวๆว่าจะต้องรอตรงไหน คลื่นที่หาดวันนั้น ตำแหน่งที่คลื่นม้วน ค่อนข้างอยู่ใกล้หาด 
และความสูงพอๆกันทุกลูก ทุกคนก็จะรออยู่ตำเเหน่งเดียวๆกันหมด 
ถ้าไม่รู้จะต้องอยู่ตรงไหน ก็ตามคนอื่นเนี่ยเเหละง่ายสุด
- ยืนได้ ทรงตัวได้ ทำความรู้จักกับบอร์ด วิธีเลือกไซส์ของบอร์ดจะเทียบจากน้ำหนักเเละส่วนสูง
เเต่สำหรับคนเรียนครั้งเเรกก็จะได้บอร์ดใหญ่ 8 ฟุตขึ้นไปอยู่เเล้ว เพื่อจะได้ยืนทรงตัวง่าย จำไม่ได้ว่าตอนนั้นใช้บอร์ดไซส์เท่าไหร่ รู้เเต่ว่าใหญ่มาก 
เป็นบอร์ดไฟเบอร์กลาส หนักจนลากลงทะเลเองไม่ค่อยจะได้
- วิธีป้องกันตัวจากการบาดเจ็บเบื้องต้น ทั้งบอร์ดฟาดหน้า ฟินบาดเเขน เป็นต้น
- เป็นกีฬาที่ต้องฟิตร่างกายอย่างหนักจริงๆ สำหรับสาวๆที่ออกกำลังกายสม่ำเสมออยู่เเล้วก็ไม่มีปัญหา เเต่เราเป็นคนไม่ค่อยออกกำลังกาย วันเเรกหลังเรียนเสร็จคืนนั้นปวดไปทั้งร่าง เพราะตั้งเเต่จะต้อง paddle ลงทะเลเเล้ว การ push up ก็เทียบเท่าวิดพื้นเลยทีเดียว ไหนจะต้องว่ายน้ำ พยุงตัวขึ้นบอร์ดอีก (ตำแหน่งที่รอคลื่นวันนั้นค่อนข้างลึก ยืนไม่ค่อยถึง) เรียกว่าสองชม. ก็เเรงหมด รู้สึกเหมือนออกกำลัง คาร์ดิโอต่อเนื่องกัน 2 ชม. (ดีที่มีให้พักบ้างตอนนั่งรอคลื่น ไม่งั้นตายเเน่ๆ)
- ช่วงที่เราเล่นนั้นคนว่ายน้ำเยอะมาก ค่อนข้างเป็นอุปสรรค เพราะเรายังควบคุมทิศทางบอร์ดไม่ได้ 


จบไปกับทริปภูเก็ต กลับมารักษาร่างแปร๊บ  ความรู้สึกมันไม่พอจริงๆ คือชั้นต้องเล่นอีกให้ได้ ปลายเดือนนั้นได้ไปงานเเต่งงานเพื่อนที่บาหลีพอดี ที่นี่สามารถเล่นเซิร์ฟได้ตลอดทั้งปี พอมีเวลาว่างอยู่วันนึง เลยขอไปเล่นที่หาดยอดฮิตของนักเซิร์ฟมือใหม่จากทั่วโลก  หาดกูตา Kuta beach Bali
ด้วยความที่เป็นทริปแบบ unplan สุดๆ เลยไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนสอนหรืออะไรเลย รู้เเค่ว่ามี beach boy ที่ให้เช่าบอร์ดเยอะมาก ยาวไปตลอดทั้งหาด
เดินมั่วๆไปเรื่อยจนถึงหาด legian (จริงๆก็หาดเดียวกันกะ kuta เเละ เเต่เนื่องจากมันยาวมากๆ เค้าก็เลยมีชื่อต่างกันไปเป็นช่วงๆตั้งเเต่เหนือสุดไล่ลงมา Seminyak>Double six>Legian>Kuta>Segara ความสูงของคลื่นจะไม่ได้เท่ากันตลอดทั้งหาด (อันนี้เพิ่งรู้หลังจากไปอีกรอบ)
เดินดุ่มๆเข้าไปเลือกมั่วเลยว่าจะเอาเจ้าไหน ซึ่งส่วนใหญ่เค้าก็จะมีสอนให้ด้วย แต่อย่าเรียกว่าสอนเลย เรียกว่าเเนะนำการยืน เบื้องต้น เเละช่วยผลักแค่นั้น ไม่ได้เเนะนำเรื่องความปลอดภัย หรืออะไรหลายๆอย่างที่ควรจะรู้ก่อนเลย โชคดีที่เรียนมาเเล้วเลยพอรู้เเล้วไปสอนเพื่อนต่อ (เพื่อนเเอบหนีไปเล่นก่อนหน้านั้น 1 วัน ตกน้ำล้มลุกคลุกคลาน บอร์ดฟาดคาง) เเต่ก็สมราคา เพราะมันถูกมาก (จำราคาไม่ได้ น่าจะประมาณ 200-500 บาท) 
เเต่ไม่เเนะนำสำหรับการเรียนครั้งเเรกนะคะ ไม่ค่อยได้อะไร เเค่ได้เล่นเอามันส์ แล้วก็ค่อนข้างอันตรายด้วย
อย่างที่บอกว่า เป็นtrip unplan ไม่ได้เช็ควัน เวลา wave condition คือมีเวลาเเค่วันนั้นตอนนั้นจริงๆ วันนั้นตอนบ่ายสอง เป็นช่วงที่คลื่นใหญ่ เกินกว่า beginner จะเล่นได้  เเต่เราก็ไม่รู้ว่าได้ไม่ได้ อีร้านเช่าบอร์ดก็จะเอาตัง ก็บอกว่าได้ๆๆ พาลงไปเล่นค่ะ ทั้งหาดนี่ไม่มีคนเลยนะ แกติ kuta เป็นเเบบนี้ที่ไหน!
คือเอาจริงคือเล่นเฉพาะคลื่นขาวที่ม้วน ซัดลงฟองเรียบร้อยเเล้ว วันนั้นถึงได้รู้ว่าคลื่นที่นี่เเรงจริงๆ เห็นลูกเล็กๆ เลียดๆผิวน้ำมาแบบนี้ เเต่เเรงส่งมันมหาศาลจริงๆ คือกระเเทกหน้า
เห็นอะไรถล่มข้างหลังนั้นไหม


พอหัดยืนได้จากคลื่นขาว

จบทริปบาหลีครั้งเเรกนี้ ตั้งใจเลยว่าจะต้องกลับมา หาที่เรียนจริงจัง หาข้อมูล เลือกวัน wave condition ดีดี เเละต้องจับคลื่นเองให้ได้แล้ว

ชอบบอร์ดสำหรับ beginner ที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็น fun board บุโฟมนิ่มๆหน่อย เวลากระเเทกหน้าก็เจ็บน้อยหน่อย

เดือน ตค. ในปีเดียวกัน ตั้งใจว่าจะไปอยู่บาหลีซัก 5 วัน 4 คืน หมกตัวเรียนเซิร์ฟอย่างจริงจัง ไม่เน้นเที่ยว ก่อนหน้านั้นฟิตร่าง เข้ายิม ว่ายน้ำ อย่างหนักหน่วง พร้อมๆกับหาข้อมูล เลือกโรงเรียนสอนอยู่นานมาก โรงเรียนที่เปิดสอนที่ได้ใบอนุญาตในบาหลีมีเยอะมากๆ  ที่ดังๆส่วนใหญ่จะเป็นของชาวต่างชาติ ไม่ก็มีหุ้นส่วนเป็นชาวต่างชาติ ตั้งใจว่าจะเลือกเเบบ 3 days semi- private (1 instructor with 2 Students) ราคาทุกที่จะพอๆกันหมด อยู่ที่ประมาณ 3,xxx บาทต่อวันต่อคน มีบางที่ก็เเพงกว่านี้ เท่าที่อ่านรีวิว ก็มีทั้งดีและไม่ดี ต่างกันไป เรื่องที่กังวลคือ โรงเรียนขนาดใหญ่จะจ้างครูสอนหลายคน มีทั้งฝรั่งเเละคนบาหลี เเต่ว่าขึ้นอยู่กับดวงว่าจะได้ครูสอนดีหรือไม่ดี
ด้วยความบังเอิญได้ไปเจอโรงเรียนนึงที่เค้าออกตัวว่า เป็น local business เปิดสอนเองเเบบเล็กๆ ดูเเล้วเจ้าของน่าจะสอนเองอยู่คนเดียว ราคาสมเหตุสมผล average รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก ชื่อ Olas Surf Bali ชอบตรงที่ เค้าจะพาไปหาดที่มี wave condition ที่เหมาะกับ level ของเรา เออดี เพราะส่วนตัวเเล้วไม่ค่อยชอบหาดกูตาเลย คนเยอะ อ่านรีวิวเเล้วมีเเต่คนบอกว่าครูสอนดี อดทน เเนะนำ เเก้ไขข้อผิดพลาดได้ดี   เมลไปคุยจองนัดวันเวลาทันที

ที่ Olas เค้าไม่มี head office เพราะเป็น business เล็กๆ ของสามี-ภรรยา Wayan & Made ต้องเมลจองเเละนัดเจอที่โรงเเรม เค้าจะเอารถมารับ-ส่งเรา ครูสอนจะมีคนเดียวเลยกรณีที่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ คือตัว Wayan เอง ได้เมลคุยกับ Made ตั้งเเต่เเรกเเล้วว่าอยากเล่นช่วงบ่ายได้รึเปล่า เพราะถ้าเช้า ไม่ตื่นเเน่ๆ  1 สัปดาห์ก่อนไป Made เเจ้งว่าช่วงที่เหมาะที่สุดคือตอน 10 โมงเช้า  ก็เช้าเกินอยู่ดีอ่ะ เเต่ก็ต้องยอมล่ะ เเต่พอถึงวันก่อนไป 1 วัน Made update มาใหม่ว่า บ่ายโมงได้  คลื่นนี่เอาเเน่เอานอนไม่ได้จริงๆ 


Day 1 ถึงบาหลี กว่าจะเดินทางถึงที่พักก็เกือบ 4 โมง ออกไปเดินหาซื้อซิมมาใส่โทรศัพท์อีกเครื่องจะได้ติดต่อกับ Wayan ได้ 
โทรไปคอมเฟิร์มเรียบร้อยว่าชั้นถึงบาหลีอย่างปลอดภัยเเล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้

Day 2 ตื่นมา กินอาหารเช้าของโรงเเรม ซึ่งมีเเค่เเพนเค้กกะผลไม้นิดหน่อย ตั้งเเต่ตอน 9 โมง เพราะกลัวจุกเเล้วก็คิดว่าน่าจะอยู่รอด บ่ายโมงตรง Wayan ขับรถมารับเราหน้าโรงเเรม วันนี้เรียนที่กูตา ระดับของคลื่นกำลังดีไม่สูงเกินไป น่าจะจับคลื่นเขียวได้ไม่ยาก เราได้เล่าให้ Wayan ฟังคร่าวๆ ว่าเราเคยเรียนมากี่ครั้งเป็นยังไงบ้าง ทำอะไรได้บ้าง เค้าเลยขอให้เราลองเล่นดูเเล้วเดี๋ยวเค้าจะดู ability ของเรา เเล้วค่อยปรับเเก้ บอร์ดที่ใช้คือไซส์ 8 ฟุต 6นิ้ว ถ้าจำไม่ผิด ทั้งเราทั้งเเฟน

พอเรียนไปได้ซักครึ่งชม. เริ่มหิว เเรงเริ่มไม่ค่อยมี เเต่ใจยังสู้อยู่ ซักพักดันเจอเเจ๊กพอต คลื่นยักษ์ประจำวัน ที่ Wayan บอกว่าในวันนึง จะมีคลื่นใหญ่เเบบนี้มา 3-4 ครั้ง เดาเวลาไม่ได้ เเล้วดันเจอตอนอยู่กลางทะเล Wayan ตะโกนบอกให้ทิ้งบอร์ด! ทิ้งบอร์ดเเล้วไงต่อคับ ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่เคยเจอมาก่อน จริงๆเเล้วควรจะต้องขดตัว (ท่าเดียวกับเด็กทารกในท้องเเม่) ปล่อยตัวตามสบาย ผ่อนคลายให้คลื่นผ่านไป เเล้วค่อยขึ้นมา เเต่นี่ ด้วยความเเพนิก กลั้นหายใจไม่ทันเเล้วก็พยายามจะตะกุยขึ้นเหมือนคนจมน้ำ บอร์ดก็ลากขาไป ขึ้นมาหายใจไม่ได้ โดนเเบบนี้ไป สามรอบติด เท่านั้นเเหละ ขึ้นไปนั่งช๊อกริมหาดเลย ตอนนั้นเสียพลังงานไปมาก จนหิวหน้ามืด จะเป็นลม สำหรับวันเเรกก็เลยหยุดเรียนตั้งเเต่ช่วงพักครึ่ง ไปหาข้าวกิน วางเเผนการตื่นเเละกินข้าววันถัดไป ตอนช่วงเย็นเเวะซื้อขนมปัง นม เเละกล้วยหอม เอาไว้กินพรุ่งนี้เช้า สภาพเหมือนคนเตรียมตัวไป fitness
คลื่นเขียวไซส์พอดีๆไม่สูงเกินไป




Wayan สุดยอดคุณครู กับ short board เลยขอยืมมาถ่ายรูปหน่อย

Day 3 วันนี้ตื่น 11 โมงมากิน อาหารเช้าโรงเเรม ขนมปัง นม เเละตบท้ายด้วยกล้วย เผื่อให้ย่อยกันอ้วกซักครึ่งชม. วิธีนี้เวิร์ค พลังเต็ม 100% หลังจากที่ก่อนมาทริปนี้ ฟิตร่างก่อนมา รู้เลยว่าดีมากๆ คือpaddle ไม่เหนื่อย  ร่างไม่พัง เวลา 2 ชม. ผ่านไปเเบบสบายๆไม่เหนื่อย   วันนี้เรียนที่ kuta เหมือนเดิม คลื่นสูงกว่าเมื่อวานเล็กน้อย  Wayan เเนะนำปรับสิ่งที่เราผิดพลาด ได้ถูกจุด  ตอนนี้เล่นคลื่นเขียวได้เเล้วเเต่ว่ายังต้องให้ช่วยผลักบอร์ดอยู่ ยังจับเองไม่ได้ ยังไม่ได้สอนพลิกบอร์ดเวลาpaddleผ่านคลื่นใหญ่ (turtle roll)  โดยปกติถ้าเป็น short board จะใช้วิธี duck dive ส่วนพวกเรายังง่อยๆกันอยู่ก็จงทิ้งบอร์ดซะ ถ้าฝืนฝ่าไปบอร์ดอาจจะฟาดหน้าได้ 
พยายามลอง turtle roll เองเเล้วไม่รอด ยังคงมีความหลงทิศเพราะพอลงน้ำก็หลับตาปี๋เเล้ว

Day 4 วันสุดท้ายของคลาส วันนี้ได้เจอกับ Made ภรรยาของ Wayan เป็นครั้งเเรก ตอนเเรกทั้งสองคนพาขับรถวนดูคลื่นเเถว Kuta - Legian วันนี้คลื่นค่อนข้างสูงไปนิด  Wayan บอกว่าถ้างั้นจะพาลงไปเเถวๆ Segara ระดับความสูงของคลื่นมันจะสูงไล่ลงมาจากเหนือลงใต้ พอดีนึกขึ้นได้ว่าเหมือนเห็น IG : Olassurfbali มีพาไปสอนหาดอื่นด้วย  ด้วยความที่เบื่อKuta แล้ว เลยลองถาม Wayan  ว่าหาดอื่นเล่นได้มั้ย มีหาดไหนเหมาะจะเรียนเวลานี้อีกบ้าง เห็นมี Serangan beach ด้วย น่าสนใจ เพราะส่วนตัวอยากเซิร์ฟ คลื่นที่เป็น reef break เเต่กลัวว่าจะอันตรายสำหรับมือใหม่  Wayan บอกว่าได้ ไม่มีปัญหาน้ำลึกพอที่จะให้เราตกน้ำได้ไม่กระเเทกหิน เเล้วก็ใกล้บ้านเค้าด้วย
จาก Kuta ขับรถไป Serangan ซึ่งอยู่ทางตะวันออก ถ้าดูในgoogle map เเบบ satellite จะเห็นว่าจริงๆเเล้วบริเวณที่ Serangan beach ตั้งอยู่นั้น จะเป็นเกาะ เเต่มีสะพานเชื่อมข้ามไปถึง บริเวณรอบๆนั้นเป็นพื้นที่ของป่าชายเลนเป็นวงกว้าง ทางจะเข้าไปถึงหาดก็สับสนสุดๆ การจะตามหาหาดนี้ด้วยตัวเองนี้ยากมาก ถ้าไม่ใช่คนท้องถิ่นพาไปนี่หลงเเน่นอน ดังนั้นหาดนี้จึงค่อนข้างจะเหมือนหาดส่วนตัวมากๆ คนน้อย เรียกว่าแทบไม่มีเลยดีกว่า บอกเลยว่าชอบสุดๆ  นอกจากไม่มีคนเเล้วน้ำยังใส มองเห็นเเนวปะการังด้านล่างอีกด้วย แต่ไม่ใช่เเนวปะการังสวยๆที่เราเคยเห็นเวลาไป snorkeling เเบบนั้น  มันเป็นเเนวหิน+ปะการังสลับกับสาหร่าย หน้าตาไม่ได้สวยงามเท่าไหร่ Wayan เอา Surf booties ให้เราใส่ เวลาเดินจะได้ไม่เจ็บเท้า เเต่เราใส่เเล้วขึ้นยืนบอร์ดไม่ได้เลย มันไม่ถนัด ไม่รู้สึกถึงบอร์ด เเล้วก็ลื่นข้างในรองเท้า เลยถอดออกข้างนึงดู ซักพัก ไม่ไหว เอาออกหมด เราว่าเราพอจะเหยียบบนพื้นหยึยๆเเบบนั้นได้ เเค่คอยระวังหินบาดนิดหน่อย ประกอบกับเป็นคนตรีนด้าน เลยไม่ค่อยเป็นอะไร ดีกว่ายืนบนบอร์ดไม่ได้เลย

จริงๆแล้วลักษณะของคลื่นที่ Serangan เป็น shore break (เพราะจริงๆแล้วมันเป็นพื้นทราย หิน เเล้วก็สาหร่าย มีปะการังนิดหน่อย ตามข้อมูลที่หาได้) ที่ใกล้ๆหาดน้ำจะนิ่งสงบ ต้องออกไปกลางทะเลไกลพอสมควรถึงจะเจอคลื่น เเค่ paddle ไปให้ถึงคลื่นก็เหนื่อยละ

 เราเลือกคลื่นที่ไม่สูงเกินไปห่างจากฝั่งประมาณ 500-600 เมตร ยิ่งไกลฝั่งออกไปจะยิ่งสูง เเต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีช่วงให้ยืนเล่นบนคลื่นได้ยาวและนานกว่าที่ Kuta เยอะ มันเป็นความรู้สึกที่ไฝ่ฝันไว้ว่า ยืนอยู่บนบอร์ด เเล่นไปบนน้ำใสๆที่มองลงมาเห็นเเนวปะการัง แบบนั้นเลย เสียดายเเค่วันที่เราไปน้ำค่อนข้างขุ่นกว่าปกติ เพราะตอนเช้าฝนตก 
เเล้วฟ้าก็ไม่ใส ไม่มีเเดดเลยซักนิด วันนี้ Wayan ลดไซส์บอร์ดให้เรา เหลือ 8 ฟุต รู้สึกเล็กลงนิดเดียว 
ไม่ค่อยมีผลอะไร เเล้วก็สอนเลี้ยวเเต่ยังไม่ทันจะได้ลองเลี้ยวอย่างจริงจังก็หมดเวลาอีกเเล้ว

ผ่าน 2 ชม. อย่างรวดเร็ว ลืมเวลา ลืมหิวกันเลยทีเดียว ชอบหาดนี้มากจริงๆ ตอนเเรกว่าจะขอ book เพิ่มอีกวันนึง เเต่เช็คเวลาขึ้นเครื่องเเล้วน่าจะไปสนามบินไม่ทันเเน่ๆ ก็เลย จบทริปแต่เพียงเท่านี้ วันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะจับคลื่นเองได้เเล้ว Wayanไม่ได้ช่วยผลัก (นางว่างั้นนะ) ไม่รู้รอบหน้าจะยังได้อยู่รึเปล่า 5555

ปีหน้า เจอกับ Olas Surf Bali  อีกแน่นอน เราประทับใจในการสอนของ Wayan จริงๆ มีความอดทนสูง อารมณ์ดีเเล้วก็เป็นกันเอง  ประทับใจ ^_^


Wayan สอนให้เลี้ยว





Tips:
- สาวๆคนไหนกลัวดำ กลัวหน้าไหม้ เเนะนำว่า ไม่ต้องไปเล่นค่ะ นอนอยู่บ้านนะ ยังไงก็ดำ หลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่กลับมานอกจากจะผิวเเทนเเล้วยังผิวเสียอีก มันไม่เหมือนไปทริป snorkeling ที่ขึ้นมาพักทา sun block เพิ่มได้เรื่อยๆ คลื่นเเรงตีหน้าไม่กี่ทีก็หลุดออกหมดละ สำหรับคนไม่กลัวดำ ให้หาพวก Nose coat มาทาเคลือบหน้าผากกับจมูกไว้หลังทา Sunscreen ทั้งหน้าเเล้ว เพื่อกันหน้าไหม้ก็ดีค่ะ หาได้ทั่วไปตาม minimart ริมหาด ทาเเล้วมีสีๆเหมือนฮิปปี้เอาสีมาทาหน้า เเล้วก็อย่าลืมทา alovera gel หลังออกเเดดก็ช่วยได้ดี ส่วนลำตัวอาจจะช่วยได้โดยการใส่ชุด Rash guard ที่มีค่า UPF 50 ขึ้นไป

-ค่า UPF คืออะไร เป็นหน่วยวัดเปรียบเทียบอัตราส่วนการให้รังสี UV ทะลุผ่านเสื้อผ้า  สั้นๆคือตัวเลขยิ่งสูงจะยิ่งกัน UV ได้เยอะ

-เเล้วทีนี้จะรู้ได้ไงอ่ะ ว่าชุดที่ซื้อมามัน UV Protection -*- ช่วงก่อนหน้านี้ซักปี 2 ปี จะหาชุดเซิร์ฟหรือชุด Rash guard น่ารักๆที่ถูกใจในไทยไม่ค่อยมี หายาก ต้องสั่งส่งมาจากอเมริกา ไม่ก็ออสเตรเลีย เเบรนด์ Surf ต่างๆอย่าง Roxy , Ripcurl, Billabong ที่มีขายในไทย ก็เพิ่งจะนำพวก rash guard เข้ามาไม่นานนี้ แบรนด์พวกนี้ส่วนใหญ่จะใช้ได้หมดค่ะ เเล้วก็จะมีป้ายกำกับค่าUPFไว้ ถ้าเป็นผ้าดำ จะ 50+ ส่วนผ้าสีอ่อนจะอยู่ที่ 30-35 อากาศในไทยกับบาหลี คงไม่ต้องถึงกับใส่ ชุดผ้า neoprene อันนี้กันเเดดดีสุดเเต่ก็หนากันหนาวด้วย ใส่ที่บาหลีคงร้อนตาย ตอนขึ้นมาจากน้ำเเน่ๆ เเต่เราชอบใส่ชุด neoprene เวลาดำน้ำนะ เพราะเราขี้หนาว กลัวน้ำเย็น ถ้าจะให้ใส่เล่นเซิร์ฟ ไว้มีโอกาสได้ไปฮาวาย หรือมัลดิฟย์ ก่อนละกัน 


- หรือจะลองทางเลือกอื่นอย่าง Water Apparel ซึ่งเป็นเเบรนด์ลูกของทางเรา Sequin and Suede เอง ที่นำเข้าผ้า Rash guard จากเกาหลี มีค่า UPF 50+ ทุกตัวค่ะ สาเหตุที่ออกเเบรนด์นี้ออกมาก็เพราะความบ้าเล่นเซิร์ฟของเหวินเนี่ยเเหละ  ชุดว่ายน้ำแขนยาวนำเข้าที่เห็นขายออนไลน์ หลายๆแบรนด์ก็มี UV Protection บางเเบรนด์ก็ไม่มี ด้วยความที่มีทั้งที่ผลิตจากเกาหลี และอเมริกา เเต่ว่า จีนก็มีก๊อบเเบบเหมือนเป๊ะออกมาในราคาถูก เหวินเลยไม่ค่อยไว้ใจว่าจะมี UV protection จริงรึเปล่าร้านไหนจริงร้านไหนหลอก ถ้าสาวๆใส่เล่นน้ำ สวยๆ ไม่นาน ก็ไม่มีปัญหา มันปกปิดได้ระดับนึงเลย เเต่ว่า สำหรับการเล่นเซิร์ฟในทะเล มันมี function ที่จำเป็นมากกว่านั้นอีกหลายอย่าง  อย่างเช่น
1. ความยาวของเเขนเสื้อ ต้องยาวคลุมไปจนสุดข้อมือ เเละกระชับ เวลาโดนคลื่นซัดเเรงๆ จะได้ไม่ถกขึ้นมา เจอปัญหานี้เองกับตัว เเขนสั้นเกินไป 
(ใส่ออกมาเเล้วน่ารักนะเเต่มันใช้ไม่ได้กับการเลนเซิร์ฟอย่างจริงจัง)
2. หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไม rash guard ที่ซื้อมา หลายๆเเบรนด์ ไม่มีช่องใส่ฟองน้ำ เหวินก็เป็นนึงที่สงสัยอย่างนั้น ชั้นจะใส่ชุดว่ายน้ำสองตัวทับกันเพื่ออะไร?  แต่พอได้เล่นเซิร์ฟเองเเล้วรู้เลยว่า ถ้าใส่ฟองน้ำที่ Rash guard เจอคลื่นม้วนทับไปคือหลุดเเน่นอน ถ้าไม่นมเลื่อน ฟองน้ำก็อาจจะหลุดลอยหายไปเลยก็เป็นได้ มันเเรงจริงๆนะ ขนาดว่าครั้งเเรกที่เล่นที่ภูเก็ต ตอนนั้น ใส่บิกินี่ ข้างใน เเล้วใส่ Surf jacket ของ Volcom ทับ ตอนตกบอร์ดขึ้นจากน้ำทีคือjacket เปิด บิกินี่พลิกนมหกค่ะ ไม่น่าจะมีคนเห็นนะ รีบเอาลงทัน พอเซิร์ฟเองซัก 2-3 รอบนี้ก็รู้ละว่าต้องใส่ sport bra หรือ Bikini top ที่มันกระชับมากๆ เเล้วค่อยใส่ Rash guard ทับ ส่วนตัวเหวินจะชอบใส่ Surf suit onepiece ที่สุด รู้สึกปลอดภัย เเต่ก็จะต้องใส่บิกินี่ไว้ด้านในนะคะ เวลาอาบน้ำ ก็ถอดตัวนอกออกเเล้วล้างตัว เช็ดแห้งเเล้วใส่เสื้อผ้าเลย มันไม่มีที่อาบน้ำเเบบเป็นกิจลักษณะขนาดนั้น อย่างที่ Serangan นี่ มีเเค่ถังน้ำที่รองมาให้ตักล้างนิดๆหน่อยๆ พอหายเค็ม ส่วน Kuta นี่สบายหน่อยค่ะ ยังพอมีห้องน้ำให้เข้าเเบบเป็นกิจลักษณะ
สำหรับ Water Apparel เราก็มีทางเลือกให้สำหรับสาวๆที่ต้องการจะใส่ชุดที่กัน UV เล่นสระน้ำ หรือสวนน้ำ ไม่ได้เน้นการใช้งานที่หนักมากเเบบเล่นเซิร์ฟ เราก็มีช่องใส่ฟองน้ำให้ค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องหาบิกินี่มาใส่ข้างใน

ยังไงปีหน้าต้องมีทริปไปเซิร์ฟต่อที่บาหลีอีกเเน่นอน คราวนี้ไปนานกว่า 5 วันเเน่ๆ รอติดตามกันได้เลยค่า





17.11.16

แบรนด์ “F.O.F.”( Freedom of Fashion) เอาใจสาวหวาน ในสไตล์ “โมเดิร์น โรแมนซ์” เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ “Pancake Collection”







แบรนด์ “F.O.F.”( Freedom of Fashion) เอาใจสาวหวาน ในสไตล์โมเดิร์น โรแมนซ์เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ “Pancake Collection” โดย แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกร 
ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสตรี และ แอสเซสเซอรี แบรนด์ F.O.F. (Only at Robinson) 
จัดงานF.O.F. 15th Anniversary : Pancake Collection”  เฉลิมฉลองความสำเร็จตลอด 15 ปี พร้อมสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นพิเศษในสไตล์ โมเดิร์น โรแมนซ์ โดยได้นางเอกสาวคนสวย แพนเค้ก เขมนิจมาร่วมดีไซน์ออกแบบกับ  “Pancake Collectionเอาใจสาวหวานเฟมินีน ให้ได้เลือกมิกซ์ แอนด์ แมทซ์ ในแบบที่คุณชื่นชอบและใส่ได้ในทุกโอกาส
 
Collection
นี้ มีความ feminine เรียบง่าย แต่เน้นสีสันสดใส ไม่เน้นเครื่องประดับหลายชิ้น
สาวๆคนไหนอยากสวยแบบสาวแพนเค้ก รีบไปจับจองแฟชั่นสไตล์การแต่งตัวแบบนี้มาใส่กันได้ ตั้งแต่วันนี้ที่ Shop F.O.F.แผนกเสื้อผ้าสตรี ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทุกสาขาทั่วประเทศ

26.3.16

Aéropostale Shop at Robinson RAMA IX is NOW OPEN!!






Aéropostale is now open at Robinson department store (Rama IX) , G floor
The famous casual wear from USA now available in BANGKOK.
We're so much in love with their Indigo Collection as well as Denims.
The active wear are not only made from good quality fabrics but also affordable price!!

Check them out at : Instagram @aeropostaleth #aeropostaleth

P.s. Thanks K' Kwang for our nice portraits.:)

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...